2017/Nov/09

ว่าจะมาเขียนลงนานละ ออกแนวอยากบันทึกความทรงจำที่ได้ไปคาเฟ่บาส แล้วนี่ถ้าเขียนๆ ไปเซอร์เวอร์จะล่มไหม เขียนไปเซฟไปละกัน

 

หลังจากผ่านเรื่องเครียดๆ เศร้าๆ มานาน (ดูแลยายจนยายเสียแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา) ก็ได้พวกคุโรโกะนี่ล่ะที่ช่วยเยียวยาหัวใจมาตลอด ตั้งแต่มูฟวี่ ลาสต์เกมเข้าฉายในไทย เซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกันนะ ไม่นึกว่าจะได้เข้าไทยอะ แต่ตอนนั้นก็อารมณ์หม่นหมองหน่อย ออกแนวเเฉยๆ แต่ก็ตัดสินใจไปดูลาสต์เกม ดูไปเริ่มกรี๊ดกร๊าดเหมือนเจอเพื่อนเก่า รู้สึกแฮปปี้ขึ้นมาเยอะ แล้วก็กลับมาร่าเริง กรี๊ดหนุ่มเหมือนเดิม ดูลาสต์เกมไป 3 รอบ เพราะงานก็เยอะอีก เสร็จงานทีไปดูที ได้ทำโฟโต้สติ๊กเกอร์มาด้วย

 

จากนั้นก็มีประกาศจากอนิเมทคาเฟ่ว่าอีเวนท์ที่ 5 เป็นคุโรบาส ลาสต์เกม แบบว่า กรี๊ดดดดด ยังมีพวกคุโรโกะมาชุบชูใจต่อได้อีก ก็เตรียมนัดกับเพื่อนจะไปกัน ปกติไม่ได้ติดต่อเพื่อนมากมายอะ ติดจะชอบอยู่คนเดียวมากกว่า แต่พอมีอีเวนท์คุโรบาสแบบนี้เลยออกไปข้างนอกบ่อยกว่าปกติ เริ่มติดต่อเพื่อนๆ เจอกันตัวเป็นๆ ก๊ากกกกก ก็ทุกทีมีเฟซบุ๊กอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ก็คอมเมนท์บ้างอะไรบ้างในนั้น ส่วนทวิตเตอร์ก็เอาไว้บ่น เพลินๆ

 

ตอนแรกนึกว่าคาเฟ่จะเป็นแบบมีโต๊ะ+เก้าอี้นั่งเป็นสัดเป็นส่วนเหมือนร้านอะไรงี้ แต่พอส่องดูรูปในเพจจริงๆ มีแค่หน้าร้านเอง ซื้อเครื่องดื่มเสร็จก็ต้องหาที่นั่งแถวนั้น ซึ่งก็เป็นโซนเกม ร้านอนิเมท วัยรุ่นๆ ทั้งนั้นเลย เราไปตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด ปกติคาเฟ่เปิดเที่ยง (12.00) ก็ด้วยความตื่นเต้นเลยรีบไปตั้งแต่ 10 โมง นี่คือนัดเพื่อนที่รู้จักกันในบอร์ดอินะซึมะ คือ ซุยเร็นซัง นานๆ เจอกันทีเราก็รีบไป นั่งรอวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค. แค่เห็นคาเฟ่ธีมคุโรโกะที่ปิดไฟมืด มีม่านเหล็กกั้น 5555 ก็อิ่มเอิบหัวใจมากกก นอกจากคาเฟ่บาสแล้ว วันนั้นนัดกันไปตีเรดบอสโปเกม่อนโกด้วย อยากได้ไรโค

 

เราอยากได้ผ้าแขวนที่ตกแต่งร้านข้างหลังนั่นมากเลย โฮกกกกกก หล่อมวากกกกกกทั้ง 7 หนุ่ม แต่เมนเราจริงๆ ตอนนี้เป็นคางามินนะ กรี๊ดดด รัก ผ้าแขวนนั้นเป็นของพิเศษเฉพาะของคาเฟ่เองแหละ ไม่ใช่สินค้าไว้จำหน่าย เพราะงั้นเลยอด หมดสิทธิ์ได้จ้า ซื้อเขาก็ไม่ขาย บอกเอาลงประมูลก็ไม่ได้ แงงงง อยากได้คางามินมากเลยอะ

นี่บันทึกเขียนไว้กรี๊ดเองเรื่องคุโรบาสโดยเฉพาะ ไว้มาเขียนต่อ ยังมีไอเท็มพกจ.อะคลิลิก เข็มกลัด แฟ้ม เครื่องดื่มที่เป็นน้ำหนุ่มๆ แล้วไปตอนมีแถมสติ๊กเกอร์ฟรีทันด้วย โฮ้ยยย เกือบไปเหมือนกัน เพราะหลังเรากลับมาจากไปคาเฟ่บาสวันแรก อีก 2 วันต่อมาสติ๊กเกอร์ก็หมดแหละ เกือบอดได้แล้วมั้ยล่ะ

ไว้มาพล่ามต่อ ดีใจจัง นานๆ เขียนบล็อกที

ทู บี คอนทินิว คาเฟ่บาส 2

 

 

 

2015/Feb/07

แปะๆ ก่อนไปแปลงานต่อ ควบทีเดียว 2 เรื่องเลย อุอุ
 
 
 
 
เครดิตภาพ http://www.welovebook.com/
 
ชื่อเรื่อง : ปริศนาแอตแลนติส
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : สุวิทย์ ขาวปลอด
สำนักพิมพ์ วรรณวิภา
จำนวนหน้า : 928 หน้า
ราคาปก : 300 บาท
 
ตอบโจทย์ A book set on a different continent
คนละทวีปกับเอเชียแน่ๆ ค่ะ ก็พี่เล่นอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา ทวีปแอตแลนติส ทวีปอเมริกากันหมดเลย
 
คำโปรยที่อยู่ในเล่มหน้าแรกค่ะ
 
ในแอนตาร์กติกาเรือล่าปลาวาฬบังเอิญพบซากเรือโบราณและหัวกะโหลกสีดำสลักจากหินภูเขาไฟ...ทีมผู้เชี่ยวชาญมองดูคำจารึกโบราณบนผนังห้องหินลึกใต้โลกไม่กี่นาทีก่อนมีคนวางระเบิดขังพวกเขาไว้ใต้เหมืองร้างของโคโลราโด...เรือวิจัยของสหรัฐถูกโจมตีโดยเรือดำน้ำจากสงครามโลกที่จบลงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา...เดิร์ก พิตต์ผู้อำนวยการโปรเจกต์พิเศษของนูมารู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกัน--แต่อย่างไรล่ะ? ขณะการสืบสวนของเขาดำเนินไปก็มีคำเตือนถึงตายมาจากอดีตไกลโก้นที่ไม่น่าเป็นไปได้ ทุกคนที่พบเห็นคำจารึกปริศนานั้นต้องตายเพื่อให้ความลับยิ่งใหญ่คงอยู่
 
สำหรับเล่มนี้ก็ปูพื้นให้เรารับรู้ว่าเมื่อราวๆ 7000 ปีก่อนคริสตกาลมีดาวหางพุ่งชนโลก ทำให้เปลือกโลกเคลื่อน หายนะบังเกิด เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์หมดสิ้น มนุษย์และสัตว์เกือบหมดพบกับความตาย เหลือรอดแค่จำนวนน้อยที่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากแสนเข็ญ
 
ตัวร้ายเป็นทายาทรุ่นที่เท่าไหร่ไม่รู้ของชาวอามีนีส (ก็คนของแอตแลนติสที่รุ่งเรืองนั่นแล) ที่รอดจากหายนะเมื่อครั้งโบราณ คิดจะสถาปนาอาณาจักรที่ 4 ต่อจากอาณาจักรที่ 3 ของพวกนาซี ก็วางแผนกำจัดมนุษย์ทั้งโลกโดยอาศัยชั้นน้ำแข็งรอสส์ที่น้ำแข็งสะสมหนา ซึ่งเมื่อหั่นแผ่นน้ำแข็งนี้ออกจากขั้วโลกได้มันจะทำให้เกิดความไม่สมดุลแล้วเปลือกโลกก็จะเคลื่อนตัวสร้างภัยพิบัติร้ายแรงต่อมนุษยชาติ พวกพระเอกก็ต้องหาทางหยุดยั้งแผนชั่วร้าย
 
อ่านแล้วก็มึนๆ หน่อยเพราะมีทฤษฎีทางฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ อะไรต่อมิอะไรที่ทำให้ต้องอ่านซ้ำบางช่วง แบบว่าเราไม่ถนัดวิทยาศาสตร์มากนัก= = สำหรับฉากบู๊ก็อลังการแล้วก็หลายเหตุการณ์ด้วย แต่สนุกเหมือนเช่นเคย เหมือนดูหนังแอ็คชั่นเลยล่ะ
 
สั้นหน่อย ไปที่อีกเล่มละ
 
 
เครดิตภาพ http://looknambookshop.lnwshop.com/
 
ชื่อเรื่อง : สู่สวรรค์แวลเฮลลา
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : สุวิทย์ ขาวปลอด
สำนักพิมพ์ วรรณวิภา
จำนวนหน้า : 776 หน้า
ราคาปก : 380 บาท
 
คำโปรย
 
การผจญภัยครั้งใหม่ของ เดิร์ก พิตต์

วินาศกรรม แผนชั่วร้าย การปล้นเหนือและใต้คลื่น

เดิร์ก พิตต์กระโจนเข้าสู่การผจญภัยอันตรายที่สุดของเขา

เมื่อเรือสำราญลำหรูแอมเมอรัลด์ดอลฟินกลายเป็นไฟนรกแล้วจมลงอย่างลึกลับ นับว่าโชคดีที่ผู้อำนวยการโครงการพิเศษของนูมา เดิร์ก พิตต์ อยู่ใกล้พอจะช่วยชีวิตบรรดาผู้โดยสารและสืบสวนโศกนาฏกรรมนั้น

ขณะที่กำลังตรวจซากเรือใต้ทะเลหาร่องรอยของการวินาศกรรม พิตต์ไม่รู้ตัวเลยว่ากองกำลังที่ทรงอำนาจและชั่วร้ายกำลังแอบเล่นงานเขา เมื่อถูกบีบให้สู้เพื่อชีวิตของตัวเอง รวมทั้งมิตรสหายและเพื่อนร่วมงาน พิตต์พบตัวเองติดอยู่ระหว่างความลับของอดีตและแผนร้ายของอนาคต... อนาคตที่จะยึดโลกเพื่อเรียกค่าไถ่
 
ตอบโจทย์ A book with more than 500 pages
เกินอยู่แล้วจ้า 776 หน้า อันที่จริงที่อ่านๆ มาแล้วมาทำบิงโกเนี่ยไม่มีเล่มไหนที่ไม่ต่ำกว่า 500 หน้าเลย 55555
 
เล่มนี้เกี่ยวกับเรือของไวกิ้ง แต่ที่เด่นๆ เน้นๆ จริงๆ เราว่าเป็นฉากแอ็คชั่นที่เกิดขึ้นในเรื่อง การันตีความมัน (ส์) มากๆ คือเปิดมาก็เป็นเรือสำราญถูกวางเพลิง ไฟไหม้ลุกลามเร็วมาก ทำให้นึกถึงเรือไททานิกที่คนหนีตายกันอลหม่าน อ่านแล้วเห็นภาพความหายนะเป็นช็อตๆ เลย
 
หลายๆ เล่มที่ผ่านมาของป๋าไคลฟ์ ตั้งแต่มังกรคำรณ (Dragon) จะเจอป๋าไคลฟ์ผู้เขียนไปปรากฎในเนื้อหาด้วย และเริ่มกลายเป็นตัวช่วยเวลาที่คู่หูตัวเอกของเราเดือดร้อนขั้นหนัก หรือกำลังสิ้นหวังจนหนทาง ฮาาาา ป๋าแกจะโผล่มาเป็นตัวละครในเรื่องด้วย แล้วก็จัดหาความช่วยเหลือให้ อย่างเช่น อาหาร น้ำดื่ม และยานพาหนะ เพื่อให้พระเอกไปต่อได้ ของเล่มแวลเฮลลานี่ยอมรับว่าพวกพระเอกสิ้นหวังขั้นวิกฤตจริงๆ เพราะเรือของพวกตัวเองถูกปล้น ในขณะที่ลงยานดำน้ำขนาดเล็กลงไปสำรวจหาหลักฐานการวางเพลิงเรือสำราญ พอขึ้นมาก็พบว่าต้องลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล แล้วก็ป๋าไคลฟ์นี่แหละที่อยู่ระหว่างแล่นเรือยอร์ชเที่ยวรอบโลกไปเจอเข้า เรียกว่าเป็๋นความโชคดีมหาศาล เพราะไม่งั้นเดินเรื่องต่อไม่ได้แน่ 55+ งานป๋าไคลฟ์ก็จะติดเวอร์ๆ หน่อย คือจะมีความบังเอิญบ่อยๆ ตัวเอกดวงจะเฮงมาก รอดตลอด แล้วก็ฉลาดล้ำแบบเดาเงื่อนงำที่พบเล็กๆ น้อยๆ ไปป๊ะกับสิ่งที่ค้นหาได้
 
สำหรับตัวร้ายเล่มนี้ก็เป็นคนรวยอีก คือพวกคนรวยนี่ก็รวยแล้วไม่พอ มีความโลภอยากได้ยิ่งขึ้นๆ คราวนี้อยากเป็นเจ้ากิจการน้ำมันแต่เพียงผู้เดียว ก็ก่อเรื่องก่อราวกันไป พวกพระเอกเราก็จัดการสกัดให้ได้ ตอนจบมีเซอร์ไพรส์เดิร์ก พิตต์ ด้วยล่ะ โฮะโฮะ เล่มนี้ที่เด่นๆ ก็ฉากแอ็คชั่นเช่นเคย แล้วก็ไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละคนที่อ่านแล้วก็จำๆ ไป แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ต้องไปติดแหงกแบบในเหตุการณ์นั้นๆ มันทรมานแล้วก็เจ็บตัวเยอะน่าดู ไม่ไหวๆ
 
จบเพียงเท่านี้แล เข้าโหมดปั่นงานแปลละ รอว่างอีกทีถึงค่อยอ่านต่อ อิอิ รอเล่มใหม่ของป๋าไคลฟ์แหละ โทรจัน โอดิสซี่ย์ ที่คุณสุวิทย์ ขาวปลอดแปล ถ้าส่งมาถึงบ้านเมื่อไหร่ก็จะอ่านค่า ไปละๆ
 

2015/Feb/02

งานเราของเดือนกุมภาฯ มี 2 เรื่องค่ะ มาแจ้งสักหน่อย ไม่ได้แจ้งรายเดือนมาเป็นเวลานาน หุหุหุ
 
เรื่องแรก K -ความทรงจำของสีแดง- เล่ม 2 ค่ะ หน้าปกคุซานางิ เล่มนี้มีบทเยอะหน่อย
 
 
ส่วนอีกเล่มก็ NO.6 เล่ม 6 ค่า ได้ต้นฉบับถึงเล่ม 9 แล้วล่ะค่ะ กำลังทยอยแปลส่งอยู่เน้อ
 
 
เผื่อแฟนๆ ของ 2 เรื่องนี้จะได้จัดงบรอนะคะ แฮ่มๆ >.<
 
.............................................
 
ว่าจะทำรีดดิ้งบิงโกอีกเล่มแต่ก็ยังห่อเหี่ยวจิตใจอยู่
พอดีเมื่อเช้าทราบข่าวนักแปลที่ติดตามผลงานท่านหนึ่งคือคุณก.อัศวเวศน์จากไปแล้วน่ะค่ะ ตกใจแบบใจหายวาบเพราะเพิ่งเห็นโพสต์สเตตัสเมื่อวานเย็น คุณก.ไม่ค่อยสบายหลายโรคอยู่ โดยเฉพาะโรคหัวใจ แต่จิตใจแกเข้มแข็งมาก สู้ตลอดไม่เคยท้อแท้ แล้วก็เป็นคนตั้งใจทำงานมาก ช่วง 2-3 วันมานี้ไม่ได้นอนเพราะแปลงานให้นักอ่านอย่างเราได้อ่านกัน เราว่าคงไม่ดีต่อหัวใจ ขอ R.I.P.ที่นี่อีกครั้งค่ะ ก็ว่าจะตามเก็บผลงานเก่าๆ เท่าที่จะหาได้มาไว้อ่านยามระลึกถึงค่ะ